Suphawut.com/Poetry/Thai/บทรำพึงในเหมันตฤดู/Moods in Thai Literature - รส-อารมณ์ในวรรณคดีไทย

รส-อารมณ์ในวรรณคดีไทย

 


ศรีธนญชัยยกมือขึ้นปุจฉาแย้งก่อนใครเพื่อน ทันทีที่เห็นหัวเรื่องของเว็บเผจนี้ ว่า:

"ราชบัณฑิตยสถาน นิยามคำว่า "วรรณคดี" ไว้ว่า "หนังสือที่ได้รับยกย่องว่าแต่งดี." ฉะนั้น วรรณคดีก็คือหนังสือ. หนังสือคือกระดาษ ตัวอักษรและหมึกพิมพ์ ไม่ใช่อาหาร หรือสิ่งที่รู้ได้ด้วยลิ้น เช่น เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม แล้วจะมีรสได้อย่างไร?"

ข้าพเจ้าก็วิสัชนาไปอย่างทันควัน ด้วยความรู้ที่ ศ.ดร.วิภา กงกะนันทน์ เคยพร่ำสอนไว้ครั้งเรียน "วรรณคดีศึกษา" ว่า:

"อันว่า รสวรรณคดีไทย นี้ เป็นการใช้ภาษาที่มีภาพพจน์ ซึ่งเรียกว่า Synesthesia  คือ การนำคำที่ใช้อธิบายการรับรู้ของผัสสะหนึ่ง มาอธิบายการรับรู้ของอีกผัสสะหนึ่ง เช่น เสียงหวาน. เสียง คือ สิ่งที่รับรู้ได้ด้วยหู. หวาน คือ สิ่งที่รับรู้ได้ด้วยลิ้น. แน่นอนว่า ไม่มีใครชิมเสียงได้ แต่เวลาเขียนบทร้อยแก้ว-ร้อยกรองนั้น จำเป็นต้องก้าวเกินคำที่จำกัดอยู่กับผัสสะทั้งหก. Synesthesia จึงได้เข้ามาช่วย โดยสามารถทำให้เรานำคำคุณศัพท์ หวาน มาใช้อธิบายรสของเสียงได้. ฉันใดก็ฉันนั้น เราใช้ตาอ่านวรรณคดี แต่ใจหรือสมองเราก็สามารถชิมรสของวรรณคดีนั้น ๆ ได้."

- - - - -- - - - -

"รส" ในวรรณคดีนั้นเกิดจากความงามในการสรรคำ น้ำเสียง ลีลาในการประพันธ์ ภาพพจน์ ตลอดจนความงามในเนื้อหา. ตำราไทยแบ่งรสแห่งวรรรคดีเป็นสี่รส กล่าวคือ:

1) เสาวรจนี (เสาว ว. ดี, งาม. + รจนี ก. ตกแต่ง, ประพันธ์; ว. งาม) หรือจำง่าย ๆ ว่า "คำหยาด." รสนี้เป็นการชมความงาม ชมโฉม พร่ำพรรณาแลบรรยายถึงความงามแห่งนาง ทั้งตามขนบกวีเก่าก่อนแลในแบบฉบับส่วนตัว.

2) นารีปราโมทย์ (นารี น. หญิง + ปราโมทย์ น. ความบันเทิงใจ, ความปลื้มใจ, ปราโมช ก็ว่า) คือ การทำให้ "นารี" นั้น ปลื้ม "ปราโมทย์" ซึ่งรูปแบบหนี่งก็คือ การแสดงความรักผ่านการเกี้ยวแลโอ้โลมปฏิโลม. อันคำว่า "โอ้โลมปฏิโลม" นี้ ความหมายอันแท้จริงของคำก็คือ การใช้มือลูบไปตาม (โอ้) แนวขน (โลมา) และย้อน (ปฏิ) ขนขึ้นมา ซึ่งแสนจะ oh-so romantic ตามมุมมองส่วนตัวของกระผม:-) เมื่อโอ้โลมไปมา ในเบื้องปลาย นารี (ขอรับประกันว่า รวมถึงบุรุษอกสามศอกก็ด้วย แต่ขนบวรรณคดีคงส่ายพักตร์ขยักเขยียด) ก็จักปรีดาปราโมทย์.

3) พิโรธวาทัง (พิโรธ ก. โกรธเกรี้ยว ไม่สบอารามณ์ + วาทัง น. วาทะ คำพูด) คือ พิโรธวาทัง การแสดงความโกธรแค้นผ่านการใช้คำตัดพ้อต่อว่าให้สาใจ ทั้งยังสำแดงความน้อยเนื้อต่ำใจ, ความผิดหวัง, ความแค้นคับอับจิต แลความโกรธกริ้ว ตามออกมาด้วย เหมือนกล้วยกับเปลือก. กวีมักตัดพ้อและประชดประเทียดเสียดแลสี เจ็บดังฝีกลางกระดองใจ อ่านสนุกนิ์ดีไซร้แฮ!

4) สัลลาปังคพิไสย (สัลล น. ความโศกโศกาเศร้าร่ำน้ำตานอง, ความเจ็บปวดแปลบ ๆ แลบแล่นในเนื้อใจ, การครวญคร่ำรำพันรำพึง / สัลลาป น. การพูดจากัน + องค์ น. บท, ชิ้น อัน, ตัว + พิไสย น. ความสามารถ ฤาจะแผลงมาจาก วิสัย ซึ่งแปลว่า ธรรมชาติของสิ่งนั้น ๆ ฤาสันดาน ก็อาจเป็นได้) คือ การโอดคร่ำครวญ หรือบทโศกอันว่าด้วยการจากพรากสิ่งอันเป็นที่รัก. มีใช้ให้เกลื่อนกร่นไปในบรรดานิราศ (ก. ไปจาก, ระเหระหน, ปราศจาก, ปราศจากความหวัง, ไม่มีความต้องการ, หมดอยาก, เฉยอยู่) เนื่องเพราะกวี อันมีท่านสุนทรภู่นำเริ่ดบรรเจิดรัศมีอยู่ที่หน้าขบวน จำต้องจรจากนางอันเป็นที่รัก. อกจึงหนักแลครวญคร่ำจำนรรจ์ ประหนึ่งหายห่างกันไปครึ่งชีวิต.

คุณ อภิวัน นันตา แห่ง ร.ร.ยานนาเวศวิทยาคม ก็ได้อธิบายและยกตัวอย่างเรื่องนี้ไว้เช่นกัน หากแต่เรียกว่า "ลีลาในวรรณคดีไทย" ดังนี้:

การเรียนวรรณคดีไทย การจะเข้าถึงรสวรรณคดี คือ เข้าใจเนื้อเรื่องและอารมณ์ของตัวละครได้อย่างถ่องแท้นั้น ผู้อ่านควรจะต้องรู้ถึงลีลาในวรรณคดีไทยที่ผู้ประพันธ์เลือกใช้ในการถ่ายทอดเรื่องราวและอารมณ์ต่างๆผ่านมาทางตัวละครด้วย. ในที่นี้จะขอยกตัวอย่างลีลาในวรรณคดีจากหนังสือแบบเรียนวิชาภาษาไทยชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย และจากสำนวนที่คุ้นเคยกันดี.

ลีลาในวรรณคดีไทยมี ๔ ประเภท คือ:

๑) เสาวรจนี หมายถึง การชมความงาม อาจเป็นชมความงามของตัวละครทั้งชายและหญิง ชมความงามของบ้านเมือง กองทัพ ป่าธรรมชาติ ต้นไม้ ลำธาร ฯลฯ เช่น

มืดสิ้นแสงเทียนประทีปส่อง
ก็ผ่องแสงจันทร์กระจ่างสว่างส่ง
บุปผชาติสาดเกสรขจรลง
บุษบงเบิกแบ่งระบัดบาน
เรณูนวลหวนหอมมารวยริน
พระพายพัดประทิ่นกลิ่นหวาน
เฉื่อยฉิวปลิวรสสุมามาลย์
ประสานสอดกอดหลับระงับไป (ขุนช้างขุนแผน)

ร่มรื่นพื้นพรรณบุปผา
สะอาดตาช่อชูดูไสว
ขุนแผนชักม้าคลาไคล
บัดใจถึงเขาธรรมเธียร
ที่เชิงเขาเหล่าพรรณมิ่งไม้
ลมพัดกวัดไกวอยู่หันหียน
รกฟ้าขานางยางตะเคียน
กันเกราตระเบาตระเบียนแลชิงชัน (ขุนช้างขุนแผน)

๒) นารีปราโมทย์ หมายถึง อารมณ์ที่แสดงถึงความรัก ตั้งแต่ชื่นชม ชื่นชอบ เกี้ยวพาราสี รักใคร่ ฯลฯ (ภาษาวัยรุ่นบอกว่าจีบกัน) เช่น

ถึงม้วยดินสิ้นฟ้ามหาสมุทร
ไม่สิ้นสุดความรักสมัครสมาน
แม้นเกิดในใต้หล้าสุธาธาร
ขอพบพานพิศวาสทุกชาติไป (พระอภัยมณี)

๓) พิโรธวาทัง หมายถึง การแสดงอารมณ์ ฉุนเฉียว ประชดประชัน โกรธเคือง โกรธแค้น ทะเลาะทุ่มเถียง ฯลฯ เช่น

แม้นเจ้าคร้ามเคราะห์กาจ จงอย่ายาตรยุทธนา เอาพัสตราสตรี สวมอินทรีย์สร่างเคราะห์
(ลิลิตตะเลงพ่าย)

๔) สัลลาปังคพิสัย หมายถึง การแสดงความเศร้าโศกเสียใจ ร้องไห้คร่ำครวญ เช่น

เราสองคนจนใจไร้ที่อยู่
เปลอู่ขัดขวางเพราะห่างบ้าน
หยูกยาสารพัดจะกันดาร
ที่นอนหมอนมุ้งม่านก็ไม่มี
ยังส่วนลูกฟูกเมาะก็ขาดครบ
พี่ปรารภลูกน้อยจะหมองศรี
จะกรำฝนทนแดดทั้งตาปี
เรานี้อดอยากอยู่เท่าใด
ยังลูกอ่อนก็จะอ้อนแต่อาหาร
น่ารำคาญคิดมาน้ำตาไหล
ทั้งผัวเมียแสนอนาถเพียงขาดใจ
สุดอาลัยแล้วก็กอดกันโศกา (ขุนช้างขุนแผน)

เป็นอย่างไรบ้าง ลีลาในวรรณคดีไม่ใช่เรื่องยากเลยใช่ไหม ขอเพียงแต่ให้ผู้อ่านฝึกวิเคราะห์พินิจพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ ก็จะทำให้การอ่านวรรณคดีของเรา "ออกรส" ตามที่ผู้เขียนได้แสดงไว้. (จาก: ลีลาในวรรณคดีไทย)

ส่วนตำราสันสกฤตนั้น ได้แจงรสของวรรณคดีไว้ละเอียดกว่า ตามสไตล์วิจิตรของสันสกฤตเขา โดยแบ่งออกเป็นเก้ารสด้วยกัน กล่าวคือ:

1) รสแห่งความรักหรือความยินดี

2) รสแห่งความรื่นเริง

3) รสแห่งความสงสาร

4) รสแห่งความเกรี้ยวกราด

5) รสแห่งความกล้าหาญ

6) รสแห่งความน่ากลัวหรือทุกขเวทนา

7) รสแห่งความเกลียดชัง

8) รสแห่งความประหลาดใจ

9) รสแห่งความสงบสันติ

จึงน่าจะอนุมานได้ว่า รสและอารมณ์วรรณคดีของกวีสันสกฤตนั้น ละเอียดลออกว่าของเรา ค่าที่เขามีอาณาจักรที่ใหญ่โตกว่า คนเยอะกว่า ภูมิประเทศหลากหลายกว่า ประวัติศาสตร์และอารยธรรมทุกด้านก็หยั่งรากลึกกว่า. ใครอยากรู้ว่าเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่ จงไปหาวรรณคดีเอกสันสกฤต มี "เมฆฑูต" ของ ท่านกาลิทาส หรือ "ศรีมัทภัควัทคีตา" ของ ท่าน-
กฤณะไทวปายนวยาส (ผู้แต่งร่วม วยาสศรี และ รามเทวะ) เป็นอาทิ มาอ่านดู ก็จะวิจักษณ์ได้.

 

Picture Horizontal Line

Suphawut.com: Home Suphawut.com Gayly Venomously BryonyTrinity Gayly Venomously BryonyTrinity The Perfectionist's Sanctuary The Perfectionist's Sanctuary
English to Thai Translation | Thai to English Translation Bilingual Translations My English & Thai Poetry Poetry Digital Photo Galleries Digital Photography
Art & Graphic Design Art & Design Gallery New Stuff on Suphawut.com What's New?
Click to Search My Site Site Search Suphawut.com's Site Map Site Map    
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

Authored, designed and maintained by Bryan.
All Web contents © 2001- Bryan Wathabunditkul. All rights reserved.
No part of this Web site may be reproduced, in any forms or by any means,
without permission in writing from me.


Feel free to e-mail me :-)